สถิติ

73135825

BKI กางแผนปี68 กวาดเบี้ยรวม34,200ลบ. โต8%  

   BKI กางแผนปี68 กวาดเบี้ยรวม34,200ลบ. โต8%

   คุมเข้ม!ประกันภัยรถยนต์EV หลังพ้นบ่วงบักโกรก!

   ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 31,736.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ 7.4-7.5% 

   โดยมีผลกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 1,871.0 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.6 ส่วนกำไรจากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,799.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.5

   ทำให้บริษัทมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,670.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 และมีกำไรสุทธิ 3,059.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 ซึ่งถือเป็นกำไรนิวไฮของบริษัท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 28.74 บาท

   และบริษัทยังคงสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับสูงหรือ Credit Rating A- (Stable) (ณ ต.ค. 67) โดย Standard & Poor’s (S&P) สถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

   ปัจจุบันกรุงเทพประกันภัยเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักให้แก่ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH ซึ่งประกอบธุรกิจผ่านการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมุ่งลงทุนในธุรกิจหลักด้านการประกันภัยและธุรกิจอื่นที่หลากหลายและมีศักยภาพ

   สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มีรายได้รวม 23,422.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

   โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 21,481.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 และมีรายได้จากการลงทุน 1,940.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.0 โดยมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,854.8 ล้านบาท และรายได้สุทธิจากการลงทุนเท่ากับ 1,802.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.7

   ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,657.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,046.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 28.61 บาท

   สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2567 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วอัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 5.75 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 17 บาท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ร้อยละ 5.84

                         

Year of Distinguished Excellence ปีแห่งความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง
   ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2568 นี้ จะเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมยกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด Distinguished Excellence มุ่งสร้างความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง

   ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตรงใจ นำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถรอบด้าน

   สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 กรุงเทพประกันภัย ได้ตั้งเป้าหมายด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 34,200 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 8.0 แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 14,700 ล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

   และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์หรือ Non-Motor จำนวน 19,500 ล้านบาท หรือเติบโต 7% โดยคิดเป็นสัดสวน 57% ของเบี้ยประกันภัยรวม โดยที่จะดำเนินงานและบริหารความเสี่ยงภัยที่ทำให้ยังคงรักษากำไรได้ในระดับเดิมกับปีที่ผ่านมาเช่นเดิม

   สำหรับนโยบายการรับประกันภัยรถยนต์EV นั้น ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตดังกล่าวจำนวน 7,000 คัน เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมที่มีจำนวน 160,000 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดของการประกันภัยนี้ที่ 4.4% ด้วยเบี้ยประกันภัยจำนวน 215 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

   อย่างไรก็ตามในการรับประกันภัยรถยนต์EV ยังมีความเสี่ยงและความเปราะบาง ทั้งจากค่าสินไหมทดแทนที่สูง รวมถึงต้นทุนค่าอะไหล่แบตเตอรี่ ค่าแรงงานซ่อม และมูลค่ารถยนต์ที่ลดลงอย่างมากที่มีผลต่อทุนประกันภัย ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจประกันวินาศภัยมีแนวโน้มต้องปรับเบี้ยประกันภัยดังกล่าวเพิ่มขึ้น   

   แต่สำหรับ กรุงเทพประกันภัย มีอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์EV ที่สูงกว่าตลาดโดยรวมประมาณ 10-15% อยู่แล้ว ซึ่งก็ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีอัตราค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวอยู่ในระดับเสมอตัว เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้านี้ที่พอร์ตดังกล่าวมีการรับประกันภัยที่ขาดทุน

   อัตราการต่ออายุประกันภัยรถยนต์ลดลงเล็กน้อยจาก 80% เป็น 78% แต่ก็อยู่ในอัตราที่สูงกว่าตลาดที่อยู่ที่ 70% สำหรับในปี 2568 นี้ กรุงเทพประกันภัย วางนโยบายในการรับประกันภัยรถยนต์EV อย่างระมัดระวัง

   โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไว้จำนวน 300 ล้านบาท โดยที่ยังคงไม่ปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีอัตราเบี้ยประกันภัยดังกล่าวสูงกว่าตลาดอยู่แล้ว

   โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้ภายในองค์กร หนึ่งในนั้นคือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

   ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการให้บริการ พร้อมเสริมศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมด้านบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

 

28 มีนาคม 2568

ผู้ชม 156 ครั้ง

Engine by shopup.com