"หาดทิพย์" เปิดเกมรุก 3 ปี ปั้นรายได้ทะลุ!11,000ล้านบาท
"หาดทิพย์" เปิดเกมรุก 3 ปี ปั้นรายได้ทะลุ!11,000ล้านบาท
"หาดทิพย์" เปิดเกมรุก 3 ปี ปั้นรายได้ทะลุ!11,000ล้านบาท
ลุย!ขวดแก้วเต็มสูบ-ชง! Zero Sugar โตแก้เกมภาษีน้ำตาล
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เปิดเกมรุกปี 2568 ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 5-7% ด้วยรายได้จากยอดขายที่ 8,700 ล้านบาท
พร้อมเตรียมจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2567 อีก 0.57 บาท ตอกย้ำความเป็นหุ้นปันผลแกร่งที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 6%
กางแผน 8 ปี ปั้นรายได้จะเติบโตต่อเนื่องสู่เป้าหมาย 15,000 ล้านบาท ภายในปี 2575 ด้วยการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมภาคใต้ และสร้างความเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่อัดลม
ตลอดจนการออกนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดนใจผู้บริโภคจากโคคา-โคล่า พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในปี 2568 ว่า ในปี 2568 ได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายที่ 5-7% และมีรายได้รวมที่ 8,700 ล้านบาท โดยที่มีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 40% ท่ามกลางต้นทุนของน้ำตาลและอลูมิเนียมที่ปรับสูงขึ้น
เมื่อเทียบกับปี 2567 บริษัทสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้ในอัตรา 4.1% หรือจำนวน 8,130 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือประมาณ 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2566 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 42.7%
โดยคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ให้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2567 ในอัตรา 0.57 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล
ที่ได้จ่ายไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่อัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น เท่ากับบริษัทได้จ่ายเงินปันผลรวมสำหรับปี 2567 ในอัตรา 1.05 บาทต่อหุ้น และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับ 6%
“เชื่อมั่นว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของหาดทิพย์ ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในภาคใต้จะเดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติการในตลาดให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางที่กำลังเติบโตรวดเร็วอย่างกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ (HoReCa)
ซึ่งมีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 3% เพิ่มเป็น 10% ต่อไป เนื่องจากยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากกระแสการลดใช้พลาสติกของลูกค้าและลุคที่ดูพรีเมียมของขวดแก้วซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่คู่แข่งหลักไม่มี
นอกจากนี้จะจับมือกับโคคา-โคล่าสร้างความเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาลซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาหลายปีจากผลกระทบของภาษีน้ำตาล
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผลักภาระให้กับผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนเพียง 5% ของยอดขายทั้งหมด โดยล่าสุด ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ‘โค้ก’ ซีโร่ กลิ่นวานิลลา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี” พลตรี พัชร กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า
สำหรับแผนงานในการสร้างยอดขายโตตามแผนงานที่วางไว้ในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าใหม่โต 10% ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากขวดแก้ว สร้างการเติบโตของ Zero Sugar 27% และเพิ่มตู้แช่อีก 10-15% ในขณะที่ช่องทางการตลาดปัจจุบันสัดส่วนของ Traditional Trade และ Modern Trade เท่ากันที่ 50 : 50
พลตรี พัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของแผนงานระยะกลางและระยะยาว หาดทิพย์ ได้วางแผนงานการเติบโต 8 ปี ไว้ โดยแผน 3 ปี(ปี 2568-2570) มียอดขายแตะ 11,000 ล้านาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% และแผนงานหลังจากนั้นอีก 5 ปี(ปี2571-2575) มีรายได้ที่ 15,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 8%
โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันบริษัทสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้ได้ที่ 25% และมีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนนี้ให้ได้ถึง 30% ภายในปี 2570 และ 35% ภายในปี 2575
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทนให้ได้ถึง 25% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในกระบวนการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
ส่วนเป้าหมายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์นั้น นอกจากการมุ่งสร้างธุรกิจขวดแก้วให้เติบโตเพื่อลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแล้ว บริษัทยังมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับโคคา-โคล่าและองค์กรพันธมิตร
เพื่อจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่ภาคใต้และนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ (Collection for Recycling) โดยในขณะนี้ บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการหารือกับโคคา-โคล่าและองค์กรพันธมิตรเพื่อกำหนดเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการได้ภายในปีนี้
14 มีนาคม 2568
ผู้ชม 126 ครั้ง