สถิติ

73201864

GUNKUL ชูกลยุทธ์ก้าวสู่พาร์ตเนอร์พลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย    

   GUNKUL ชูกลยุทธ์ก้าวสู่พาร์ตเนอร์พลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย

   CEO ใหม่ โชว์วิสัยทัศน์โตปีละ10-15% รายได้รวม 3 ปี 35,000 ลบ.

                   

   บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย ปรับผังองค์กรส่ง "นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์" ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่

   พร้อมวิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้าง พื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด” เปิดกลยุทธ์ "สมการแห่งความก้าวหน้า" ต่อยอด 3 ธุรกิจหลัก สร้างฐานธุรกิจใหม่ กางแผน 3 ปีโตปีละ 10-15% กวาดรายได้รวมรวมมากกว่า 35,000 ล้านบาท

   คุณนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ โดยตั้งเป้าแผนงาน 3 ปี(ปี2568-2570) กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ Direct PPA และการเปิดประมูลรอบใหม่

   จากปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด 1,479 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ 832 เมกะวัตต์ โดยได้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ทุกปี ผลักดันให้รายได้รวมใน 3 ปี กว่า 35,000 ล้านบาท  

   ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็น “The Most Recognized Partner in Inclusive Green Energy and Infrastructure across Asia” หรือ “พาร์ตเนอร์ในด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย 

   โดยบริษัทได้มีการกำหนดกลยุทธ์ "สมการความก้าวหน้า" มาต่อยอด หลังจากที่ปี 2567 ที่ผ่านมา GUNKUL สร้างผลประกอบการณ์ได้รายได้เพิ่มขึ้น 24% เป็น 9,400 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 %  

   จาก 3 ธุรกิจหลักได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และพลังงานสะอาด บรรลุสัญญาโครงการพลังงานใหญ่และเติบโตในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อป ทำให้ปัจจุบันกำลังผลิตสะสมเป็น 1,479 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ GUNKUL มี กำลังการผลิตพลังงานสะอาดเป็นอับดับที่ 2 ของประเทศ

   2. ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบ อินฟราสตรัคเจอร์ รายได้เติบโตกว่า 80% ซึ่งมาจากประสบการณ์ EPC ครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าในทุกระดับแรงดัน โดยยังมีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (backlog) กว่า 3,800 ล้านบาทและ 3. ธุรกิจผลิตอุปกรณ์สำหรับไฟฟ้า ทำยอดขายเติบโต 28% ด้วยเช่นกัน

   คุณนฤชล กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนงานการเติบโตจาก 3 ธุรกิจจากนี้ไปในกลุ่มธุรกิจหลักผลิตไฟฟ้า และพลังงานสะอาด GUNKUL จะเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2567 บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์

   ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งนี้สอดคล้องกับเป้าของบริษัทที่จะเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพอร์ตโฟลิโอทั้งในไทยและต่างประเทศทั้งหมดเป็น 2,000 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปี ซึ่งในปีนี้มีแผนขยายการลงทุนไปยังประเทศฟิลิปปินส์ จากปัจจุบันสัดสวนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 30% 

   พร้อมทั้งเดินหน้าต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ ทั้งในระดับเชิงพาณิชย์และระดับโครงข่าย และศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจพลังงานสีเขียวใหม่ๆ เช่น SMR, Green hydrogen

   สำหรับอีก 2 กลุ่มธุรกิจ บริษัทได้วางแผนขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและอินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV- 500 kV  ซึ่งมีความเฉพาะทางสูงทำให้ผู้เล่นในตลาดยังมีจำนวนไม่มากนัก และยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจด้านสายส่งระบบสื่อสาร ซึ่งต่อยอดจากธุรกิจสายส่งพลังงานไฟฟ้า

   ในส่วนของกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเอง ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่สำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเข้าประมูลโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2568 ที่เติบโตสอดคล้องกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผน PDP) ฉบับล่าสุด

   ซึ่งตั้งเป้าให้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเป็น 51% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2580 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้บริษัทไม่เพียงเติบโตทั้งในด้านรายได้ แต่ยังสามารถรักษาศักยภาพในการทำกำไรที่ดีได้อีกด้วย

   สำหรับธุรกิจใหม่ๆ หรือ New S-curve คุณนฤชล กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมองหาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดแค่พลังงาน แต่กำหนดชัดเจนว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในเทรนด์ความสนใจของประเทศ โดยมีพลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในกุญแจขับเคลื่อนความสำเร็จที่สำคัญ

   เนื่องจาก GUNKUL มีความเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานที่สามารถช่วยดูแลโครงการทั้งห่วงโซ่คุณค่า จึงเป็นที่มาของธุรกิจใหม่ ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลสีเขียว หรือ Green Data Center และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Infrastructure Development)

   ซึ่งต่างเป็นพื้นที่ทางธุรกิจใหม่ ทั้งคู่ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ รวมไปถึงการทำ Co-investment สร้างความร่วมมือด้านการลงทุนร่วมกับพันธมิตรบริษัทในไทยและบริษัทต่างชาติเพื่อให้เกิด Green S-curve อื่นๆ ต่อไป เพื่อพุ่งไปสู่เป้าหมายรายได้ในกรอบ 3 ปีที่ตั้งไว้

   นอกจากนี้บริษัทยังคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนในมิติของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) โดยได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนในการทำให้หุ้น GUNKUL ได้ AAA ESG SET Rating

12 มีนาคม 2568

ผู้ชม 117 ครั้ง

Engine by shopup.com