AWC รุกฆาต!5ปี ดันพอร์ตทรัพย์สินปี72 แตะ300,000ล้านบาท
AWC รุกฆาต!5ปี ดันพอร์ตทรัพย์สินปี72 แตะ300,000ล้านบาท
AWC รุกฆาต!5ปี ดันพอร์ตทรัพย์สินปี72 แตะ300,000ล้านบาท
ปี68ลงทุน22,000ลบ.-ประเดิม!ซื้อ"สวิส โซเทล"อัพเกรดรัชดาฯ
- เติบโตก้าวกระโดดในทุกมิติ พร้อมสร้างสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย 5 นิวไฮ สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5,850 ล้านบาท พร้อมกำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) นิวไฮที่ 11,965 ล้านบาท มูลค่าหุ้นแตะ 198,000 ล้านบาท
- รายได้เฉลี่ยต่อวัน (ADR) 5,873 บาทต่อคืน และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) 4,200 บาทต่อคืน ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยมีอัตราผลตอบแทนกำไรจากการดำเนินงานต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) ของทรัพย์สินดำเนินงานเติบโตสู่ร้อยละ 1
- เร่งเครื่องแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีข้างหน้าลงทุน 100,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานอีก 2 เท่า สู่ 300,000 ล้านบาทภายในปี 2572 ภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” ครอบคลุมทุกมิติการเติบโต
- เตรียมสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง ผ่านการเปิด 9 โครงการไฮไลท์ ในปี 2568 พร้อมมูลค่าลงทุนรวมกว่า 22,000 ล้านบาท เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดด นำโดยโครงการ Jubilee Prestige Tower กลางย่านถนนรัชดาภิเษก
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC นำโดย นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยผลประกอบการปี 2567 ว่า เติบโตก้าวกระโดดในทุกมิติ พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วย 5 นิวไฮ สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การลงทุนที่แข็งแกร่งดังนี้
1) กำไรสุทธิ 5,850 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 14.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน (YoY) 2) กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) 11,965 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11.9 (YoY)
3) รายได้เฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) 5,873 บาทต่อคืน เติบโตร้อยละ 3.8 (YoY) 4) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) 4,200 บาทต่อคืน เติบโตร้อยละ 14.8 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยมีอัตราการเข้าพักที่ 75%
5) อัตราผลตอบแทนกำไรจากการดำเนินงานต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) ของทรัพย์สินดำเนินงานเติบโตสู่ร้อยละ 10.1 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินถาวรรวมเติบโตเท่าตัวภายใน 5 ปี สู่มูลค่าหุ้นที่ 198,726 ล้านบาท จากที่เข้าเทรดมีมูลค่า 100,000 ล้านบาท
จากกลยุทธ์ GROWTH-LED Strategy และการพัฒนาโครงการคุณภาพร่วมกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้าง AWC’s Lifestyle Destination หลากหลายโครงการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย
พร้อมเร่งเครื่องแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุน 100,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานอีก 2 เท่า สู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท ในปี 2572 ภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” ร่วมเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทยอย่างต่อเนื่อง
ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์5ปี ลงทุน100,000ลบ.“Building a Better Future”
ขยายพอร์ตแตะ 300,000 ล้านบาท สู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ
โดย AWC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ภายในปี 2572 ที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงาน 2 เท่า สู่ระดับ 300,000 ล้านบาท พร้อมขยายห้องพักรวมสู่ 12,000 ห้อง 2) สร้างผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% จากการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงดำเนินงานเริ่มต้น (Ramp Up) ให้เข้าสู่ระดับการดำเนินงานปกติ (BAU)
และ 3) เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางยั่งยืนระดับโลก ด้วยโครงการคุณภาพระดับแลนด์มาร์ก เสริมศักยภาพความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ระดับสากล
เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2568 เสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียลด้วย 9 โครงการไฮไลท์
ลงทุนกว่า 22,000 ล้านบาท โครงการใหม่ Jubilee Prestige Tower มูลค่า 8,704 ล้านบาทย่านรัชดาภิเษก
ทั้งนี้ AWC เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในปี 2568 อย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล
ซึ่งในปี 2568 นี้ได้ตั้งงบประมาณการลงทุนจำนวน 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมาที่ลงทุนจำนวน 10,000 ล้านบาท โดยที่มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E อยู่ที่ระดับต่ำเพียง 0.8 เท่า
โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบในการเข้าลงทุนจำนวน 8,000 ล้านบาทใน บริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล จำกัด ซึ่งครอบคลุม อาคารสำนักงานขนาด 45,792 ตารางเมตร และโรงแรมขนาด 407 ห้อง หรือ โรงแรมสวิส โซเทล ใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญย่านรัชดาภิเษก และจะช่วยสร้างกระแสเงินสดได้อย่างทันทีให้กับบริษัท
โดย AWC มีแผนพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ Jubilee Prestige Tower ให้เป็นอาคารสำนักงานไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ และโรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ JW Marriott ที่บริหารงานโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เป็นโครงการ ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะทำให้สามารถยกระดับราคาห้องพักให้เพิ่มขึ้นจากเดิมเทีบบเท่ากับราคาห้องพักเฉลี่ยของ AWC
โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ผสมผสาน Wellness และประสบการณ์แบบ Luxury Bleisure พิเศษครั้งแรกของประเทศ พร้อมเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบภายในปี 2571
โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของ AWC ที่ตั้งอยู่บนพื้นย่านรัชดาภิเษกที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยสถานทูต สถาบันการเงิน บริษัทข้ามชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว เชื่อมต่อเครือข่ายคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ
รวมถึงระบบรถไฟฟ้าบนถนนรัชดาภิเษกที่ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ครบ 25 ปี (Silver Jubilee)
นอกจากนี้ในปี 2568 AWC ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง พร้อมเสริมศักยภาพจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวริมทะเลที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ที่โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย
โครงการแรกของ AWC ในพัทยาซึ่งเปิดให้บริการแล้วในเดือนมกราคม 2568 เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโอและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ต่อเนื่องถึงแผนการเปิดโรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โครงการ The Empire Wellness ณ อาคาร “เอ็มไพร์” โครงการ ลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ณ จังหวัดเชียงใหม่
และการเปิดตัวโครงการ Jurassic World: The Experience ณ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เพื่อพัฒนาโครงการคุณภาพระดับสากล และสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และท่องเที่ยวของไทยสู่เวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
ผลการดำเนินงานเด่นของปี 2567
นางวัลลภา กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 ที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ AWC สามารถสร้างการเติบโตด้วยกลยุทธ์ "GROWTH-LED Strategy" ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่ง โดย AWC มีรายได้รวมปี 2567 อยู่ที่ 21,011 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.5 (YoY) จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจโรงแรม
กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการสร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจก้าวกระโดดร้อยละ 31 (YoY) มีอัตราการเข้าพักตลอดปี 2567 เฉลี่ยร้อยละ 72 เติบโตร้อยละ 7 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4,200 บาทต่อคืน เติบโตร้อยละ 14.8 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด จากความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงกว่า 650 ล้านคนทั่วโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก
ส่งผลให้โรงแรมของ AWC มีดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index หรือ RGI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเมื่อเทียบกับโรงแรมในกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกเซ็กเมนต์ โดยในปี 2567 มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจเติบโตร้อยละ 12 (YoY) สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบริษัท
พร้อมมียอดการปล่อยพื้นที่เช่าใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่า 34,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 (YoY) ตอกย้ำศักยภาพการพัฒนาทรัพย์สินและกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ
โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับธุรกิจคอมเมอร์เชียลให้เป็นศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และการทำงานที่ทันสมัย ตอบรับแนวโน้มการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของลูกค้าในยุคใหม่ ขยายพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ด้วยการยกระดับธุรกิจอาคารสำนักงานสู่แนวคิด “Lifestyle Workplace Destination” เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาคารให้เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน
02 มีนาคม 2568
ผู้ชม 58 ครั้ง