"CHAO" เปิดกลยุทธ์โตปีละ 12-15% พิชิตรายได้ 2,200 ล้านบาท ปี2570
"CHAO" เปิดกลยุทธ์โตปีละ 12-15% พิชิตรายได้ 2,200 ล้านบาท ปี2570
"CHAO" เปิดกลยุทธ์โตปีละ 12-15% พิชิตรายได้ 2,200 ล้านบาท ปี2570
รุกร้านค้าทั่วไทย/ลุยต่างประเทศ ดันส่งออกแตะ 35% สู่แบรนด์ระดับโลก
"บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี" หรือ CHAO ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2568 มุ่งสู่แบรนด์ขนมขบเคี้ยวไทยชั้นนำระดับโลก ชูเป้าหมายรายได้เติบโตทะลุ 2,200 ล้านบาท ภายในปี 2570 หรือเติบโตปีละ 12-15%
ผ่าน 4 กลยุทธ์สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยความเป็นเลิศด้านการตลาด นวัตกรรมและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ 15-20 SKUs ต่อปี
เสริมความแข็งแกร่งในการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศ รุกร้านค้า หรือ Traditional Trade เต็มสูบ ปูพรมตลาดต่างประเทศปั้นกำไร ดันสัดส่วนส่งออกภายใน 5 ปีเพิ่มเป็น 35% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% นำแบรนด์ "เจ้าสัว" ก้าวสู่ระดับสากล
นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เปิดเผยว่า “เจ้าสัว” เป็นผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ของไทย ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น "นำสูตรลับความอร่อยตำรับเจ้าสัวสู่คุณ"
พร้อมพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความทันสมัย พกพาง่าย ให้สามารถรับประทานได้ทุกวัน (Everyday Consumption) ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการรักษาการเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวไทยรูปแบบใหม่ (Modern Thai Snack) และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์
ควบคู่กับการเดินหน้ายุทธศาสตร์สำคัญในการนำพาแบรนด์ขนมขบเคี้ยวไทยไปสู่ตลาดโลก ภายใต้แนวคิด “Bring local to global” เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวไทยชั้นนำระดับโลก
ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตทะลุ 2,200 ล้านบาท ในปี 2570 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 12% ต่อปี ผ่าน 4 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโต ได้แก่
1) ความเป็นเลิศด้านการตลาด (Marketing Excellence) บริษัทตั้งเป้าสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค ผ่านการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและน่าสนใจ ตอกย้ำเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านแคมเปญการตลาดที่แข็งแกร่ง ผสมผสานสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างลงตัว
สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้บริโภค รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ “เจ้าสัว” ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำขนมขบเคี้ยวคุณภาพของไทย
2) นวัตกรรมและความหลากหลาย (Product Innovation & Diversification) บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) ไม่ต่ำกว่า 15-20 SKUs อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
อีกทั้งยังมีแผนขยายไปสู่ตลาดขนมเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
3) เสริมความแข็งแกร่งในการจัดจำหน่าย (Distribution Channel Reinforcement) บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางค้าปลีกทั้งแบบดั้งเดิม (Traditional Trade: TT) ที่มีอยู่กว่า 300,000 ร้านค้าทั่วประเทศ แต่ปัจจุบัน "เจ้าสัว" เข้าถึงเพียง 10% หรือ 30,000 ร้านค้าเท่าน้้น หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 24%
และค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade: MT) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนที่ 40% ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีสัดสว่นรายได้ที่ 8% โดยในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ 149% รวมถึงการขยายไปยังช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
สำหรับในตลาดต่างประเทศ กลุ่มประเทศเดิมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญในตลาด และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยได้รับผลตอบรับดีจากผู้บริโภคอยู่แล้ว บริษัทจะเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กลุ่มลูกค้าเดิม
ควบคู่กับการขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการขยายตลาดเพิ่มเติมจาก 12 ประเทศเป็น 21 ประเทศ โดยมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกที่ 25% และมีการทำตลาดในประเทศใหม่ๆ ในปีที่ผ่านมา
แบ่งเป็น 3.1) สหรัฐอเมริกาและแคนาดา บริษัทได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ขึ้นใหม่ เพื่อดูแลการขายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดยเฉพาะ
กลยุทธ์หลักคือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเองเข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย ก่อนที่จะขยายไปยังช่องทางอื่นๆ พร้อมทั้งเพิ่มการออกงานแสดงสินค้า (Fair) ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า
3.2) ประเทศจีน บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนลูกค้า ทั้งในกลุ่มผู้จัดจำหน่าย (Distributor) และผู้ค้าปลีก (Retailer) ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และกระตุ้นยอดขาย
และ 3.3) ประเทศในภูมิภาคเอเชีย สำหรับกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียที่บริษัทได้เริ่มขยายตลาดเพิ่มเติมในปี 2567 ที่ผ่านมา กลยุทธ์ในปี 2568 จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง (Build Fundamental) และการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
4) การขยายตลาดสู่ระดับสากล (International Market Expansion) โดยวางเป้าหมายที่จะนำแบรนด์ "เจ้าสัว" ก้าวไปสู่แบรนด์ระดับโลก ภายใน 5 ปี ด้วยการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเพิ่มเป็น 35% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนที่ 25%
โดยในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายในการขยายสู่กลุ่มประเทศใหม่เพิ่มเติม 5-10 ประเทศ โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพเติบโตในภูมิภาคเอเชีย และยุโรป
ผ่านการออกงานแสดงสินค้า พร้อมแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงให้ความสำคัญกับการวางแผนในการเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างมีกลยุทธ์ และรอบคอบ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ด้วยแนวคิด “Better-for-You” Snack ซึ่งกำลังเติบโตทั่วโลก บริษัทวางแผนสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยการเสริมความแข็งแกร่งและสร้างรากฐานในประเทศใหม่ๆ พร้อมขยายไปสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง รวมถึงตลาดในกลุ่มประเทศฮาลาล ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโต
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผ่านการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงกระบวนการอัตโนมัติ การเพิ่มแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง
นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO กล่าวว่า บริษัทประเมินภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวไทยระหว่างปี 2567-2570 คาดว่าจะเติบโตที่ CAGR 6.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัว
โดยที่การใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจในระยะต่อไป สำหรับภาคเอกชนมีแรงส่งต่อเนื่องจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของรายได้
อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ที่เจ้าสัวดำเนินธุรกิจอยู่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยระหว่างปี 2567-2570 คาดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลัก สำหรับตลาดข้าวตังคาดการณ์ว่าจะเติบโตที่ CAGR 14.4% ซึ่งเจ้าสัวมีส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งที่ 79% คาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าตลาดรวมที่ 1,635 ล้านบาท
ขณะที่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์คาดว่าจะเติบโตที่ CAGR 13.9% โดยเจ้าสัวครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งที่ 62% และคาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 732 ล้านบาท
สะท้อนความแข็งแกร่งว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของเจ้าสัวมีความแตกต่างและโดดเด่น มีศักยภาพเติบโตได้ดีกว่าตลาดขนมขบเคี้ยวโดยรวม ทั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพการเติบโตของขนมขบเคี้ยวกลุ่ม Better-for-you Snack ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
จึงได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุม รวมทั้งสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพื่อเป็นขนมขบเคี้ยวทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้บริโภค ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวไทยรูปแบบใหม่ หรือ Modern Thai Snacks ซึ่งเจ้าสัวเป็นผู้นำตลาดมาอย่างต่อเนื่อง
20 กุมภาพันธ์ 2568
ผู้ชม 38 ครั้ง