สถิติ

80165394

สถาบัน IBERD ลงนาม MOU 8 องค์กรภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา   

หมวดหมู่: ตลาด/ไอที

   สถาบัน IBERD ลงนาม MOU 8 องค์กรภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา 

   ร่วมมือบูรณาการพัฒนา "น้ำพุร้อนธรรมชาติไทย สู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ"   

   สถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD) ร่วมกับ 8 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บูรณาการการบริหารจัดการแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้านพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไทย- ญี่ปุ่น และต่างประเทศ

   สร้างเครือข่ายด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ด้วยสาขาน้ำพุร้อนไทยที่มีมาตรฐานสากล 

   ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (สถาบัน IBERD) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy)

   ร่วมกับ 8 หน่วยงานหลักจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย   

   โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง อดีตประธานคณะที่ปรึกษาสถาบัน IBERD นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 

   ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการสถาบัน IBERD เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากการที่ สถาบัน IBERD ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบัน Japan Health Research Institute (JPHRI) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายปี 2567 เพื่อแลกเปลี่ยนงานด้านวิชาการและประสบการณ์การดำเนินงานทางด้านการพัฒนาโครงการน้ำพุร้อน

   เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2573  สถาบัน IBERD จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ทั้ง 8 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว

   โดยการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้านพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไทย- ญี่ปุ่น และต่างประเทศ

   และเพื่อสร้างเครือข่ายด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ด้วยสาขาน้ำพุร้อนไทยที่มีมาตรฐานสากล

   โดยแผนกลยุทธ์หลัก ๔ ข้อ ได้แก่ การบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งต้นน้ำอย่างมีคุณภาพมาตรฐานสากล และยั่งยืนการใช้ประโยชน์เพื่อสุขภาพด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติ

   การดำเนินงานวิจัยน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง และการวิจัยทางการตลาดและการต่อยอดธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากแหล่งน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ

   การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อขับ เคลื่อน “น้ำพุร้อนธรรมชาติไทย” สู่การเป็นหนึ่งกลไกหลักของเศรษฐกิจเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยมีระยะเวลา 3 ปี (26 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2572)

   ซึ่งมีการกำหนดบทบาทสำคัญของแต่ละภาคส่วน ดังนี้ 1. สถาบัน IBERD ประสานขับเคลื่อนโครงการ กับสถาบัน Japan Health and Research Institute(JPHRI) ของประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ ประสบการณ์บริหารจัดการและการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ

   และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง พัฒนาศักยภาพบุคลากร ต่อยอดธุรกิจการตลาด เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Economy) รวมถึงการประสานงานกับแหล่งทุน สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาแผนงานของโครงการ 

   2. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ข้อมูลทางวิชาการด้านคุณภาพและศักยภาพน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ

   ที่จะสามารถพัฒนานำมาใช้ประโยชน์เพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการสนับสนุนข้อมูลและประสานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

   3. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สนับสนุนส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้การใช้ประโยชน์น้ำพุร้อนธรรมชาติ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ เพื่อรักษาสุขภาพให้ดีขึ้น ลดความเสี่ยง ผลข้างเคียง การใช้น้ำพุร้อนที่ถูกสุขอนามัย (Hygiene) และเหมาะสมปลอดภัย (Health safety) ของสุขภาพแต่ละบุคคล ตามสถานที่แหล่งบริการน้ำพุร้อน

   ส่งเสริมการให้บริการเพื่อสุขภาพที่มีระบบมาตรฐานที่ดี รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการบริการสุขภาพแก่ประชาชนและชุมชน

   4. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สนับสนุนด้านการวิจัย พัฒนา ส่งเสริม นำการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทาง เลือก ผสมผสานและบูรณาการข้อมูลวิชาการร่วมกับน้ำพุร้อนธรรมชาติ

   ด้วยการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้มาตรฐานและการเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประชาชนและชุมชน มีสุขภาพที่ดีในแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ 

   5. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยงานหลัก ในเส้นทางสายอันดามัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานหลัก เส้นทางสาย สงกรานต์ (ภาคเหนือ) และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นหน่วยงานหลัก เส้นทางสายประวัติศาสตร์ (ตะวันตก)

   สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ผ่านการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรในชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ รวมถึงประสานด้านการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

   6. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาและพัฒนาผู้ประกอบการด้านการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ

   ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนภายใต้กรอบแนวทาง PSGAM & II (Physical Wellness, Sensory Wellness, Gastro Wellness, Artistic and Community Healing, Medical & Scientific Integration, Infrastructure, Investment)

   7. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสาขาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ให้มีศักยภาพการแข่งขัน อย่างยั่งยืน รวมถึงให้คำปรึกษาด้านการวิจัย การดำเนินธุรกิจและการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่โครงการ 

   นอกจากนี้ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษเรื่อง “น้ำพุร้อนธรรมชาติ สู่เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy : โอกาสและความท้าทาย โดย ดร.เภสัชกรหญิง มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ น.ท.พญ.อรวรรณ กิจเชวงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์

   ดร.อรวรรณ Medical Center ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ นำเสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาธุรกิจสู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพของไทย และภูมิภาคอาเซียน

02 มีนาคม 2569

ผู้ชม 296 ครั้ง

Engine by shopup.com