สถิติ

78053578

"สันติ ปิยะทัต" มอบภารกิจผู้ว่าฯ 76 จังหวัด  

หมวดหมู่: ขายตรง

   "สันติ ปิยะทัต" มอบภารกิจผู้ว่าฯ 76 จังหวัด

   ผสานพลังยกระดับสิทธิผู้บริโภคทั่วประเทศ

   นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบภารกิจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ขับเคลื่อนการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ ยึดหลัก “ความเป็นธรรม-รวดเร็ว-เท่าเทียม” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึง

   นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อมอบนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด

   โดยมี ดร.อรุณ คงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พรภัทร์ รอดโพธิ์ทอง บุญถนอม เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าร่วมประชุม เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยมอบนโยบายหลัก 5 ด้าน ได้แก่

   1. ขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยและมั่นคง โดยเน้น “ความเป็นธรรม ความรวดเร็ว และการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม” ผ่าน 5 นโยบายรัฐบาล ภายใต้แนวทาง “Quick Big Win” ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว ได้แก่
   1.1. โครงการ “คนละครึ่งพลัส” (วันที่ 29 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2568) ดูแลคุ้มครองสิทธิประชาชนในการใช้จ่าย พร้อมเปิด 10 คู่สายรับเรื่องร้องเรียน
   1.2. โครงการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนจากภัยเงียบ ด้วย มาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวด พร้อมให้ความรู้และข้อมูลอย่างถูกต้อง
   1.3. มาตรการลดค่าครองชีพเพื่อความเป็นธรรมในการอยู่อาศัย ห้ามเรียกเก็บค่าน้ำไฟเกินอัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
   1.4. นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกำกับดูแลธุรกิจการเช่าต่าง ๆ ให้คิดค่าบริการอย่างเป็นธรรม
   1.5. ผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงและผู้ค้าออนไลน์ทุกราย เข้าสู่ระบบการจดทะเบียนเพื่อการตรวจสอบ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้กิจการซื้อสินค้าและบริการที่ปลอดภัยจากผู้ประกอบการธุรกิจจดทะเบียนกับ สคบ.
   2. แก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม ผ่านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการดำเนินคดี เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภค
   3. ส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ผ่านการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ และกำกับให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
   4. สนับสนุนการทำงานของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งรับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบพฤติกรรมธุรกิจ ให้ความรู้ประชาชน และรายงานผลต่อส่วนกลางเป็นประจำทุกเดือน
   5. กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน ให้ตรวจสอบและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด มอก. มาจำหน่ายในพื้นที่และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง

   นโยบายดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

   ทั้งนี้ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคประจำปี 2568 (1 ต.ค. 2567–30 ก.ย. 2568) มีการรับเรื่องร้องทุกข์ 4,103 เรื่อง จำนวนผู้ร้องทุกข์ 4,169 ราย ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายรวม 85,630,298.50 บาท

   ตรวจสอบและดำเนินคดีผู้ประกอบธุรกิจ 69 ราย และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบธุรกิจให้ปฏิบัติถูกต้อง 2,873 ราย สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

09 พฤศจิกายน 2568

ผู้ชม 256 ครั้ง

Engine by shopup.com