สถิติ

82191156

บลจ.กสิกรไทย ชี้ทางรอด!ลงทุนหุ้นปันผลสู้ภาวะผันผวน    

   บลจ.กสิกรไทย ชี้ทางรอด!ลงทุนหุ้นปันผลสู้ภาวะผันผวน

   ชู!แบงก์/โรงไฟฟ้าผ่าน K-VALUE ผลตอบแทนแตะ 6.2%  

   บลจ.กสิกรไทย ชูกองทุน K-VALUE เป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพในการบริหารพอร์ตอย่างมั่นคงท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่อยู่ภายใต้เศรษฐกิจเติบโตต่ำ ด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ

   กองทุนมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่โดดเด่นและได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar สะท้อนถึงคุณภาพการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีความสามารถในการรับมือกับภาวะตลาดขาลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

   นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่ยังคงเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ

   บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล หรือ K-VALUE เป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุนหุ้นไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกองทุนดังกล่าวมีแนวทางการลงทุนที่เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง

   มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลประกอบการและความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่ลงทุน เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะยาว

   โดยกองทุน K-VALUE เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นไทยชั้นนำซึ่งมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบริหารจัดการที่คำนึงถึงความผันผวนที่ต่ำกว่าในภาวะตลาดขาลง (Downside Resilience) เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน

   โดยคัดเลือกหุ้นปันผลจำนวน 25-30 ตัวมาอยู่ในพอร์ต โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชน์และพลังงานกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผล 6-8% ไม่ว่าสภาพตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม อีกทั้งยังมี PE ต่ำกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย

   ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา กองทุน K-VALUE มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 6.2% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนี SET Index ที่อยู่ที่ 4.1%

   อีกทั้งยังมีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังที่โดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยกองทุนได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมืออาชีพ (ที่มา : Morningstar ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) 

                                     

   “แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะ 6 เดือนข้างหน้า (ไตรมาส 4/25-1/26) สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยความเสี่ยงด้านขาลงเริ่มถูกจำกัดจากการฟื้นตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และสัญญาณการปรับประมาณการกำไรที่เริ่มแตะระดับต่ำสุด

   อย่างไรก็ตามปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาทิ โครงสร้างประชากร ความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพด้านธรรมาภิบาล ยังคงเป็นข้อจำกัดต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

   ขณะที่แรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ทั้งในด้านการผ่อนคลายทางการเงินและการเบิกจ่ายงบประมาณ มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ โดยการฟื้นตัวของตลาดจากจุดต่ำสุดในปี 2025

   ได้รับแรงหนุนจากการลดภาษีและความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลง แม้ตลาดยังซื้อขายในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวโดยมองเป้าหมายดัชนีปลายปีอยู่ที่ระดับ 1300-1340 จุด" นายวิน กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า

   สำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาแนวทางในการปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอน การเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยทั่วไปสู่กองทุน K-VALUE ถือเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุน

   โดยกองทุน K-VALUE สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ซื้อง่ายอย่างปลอดภัยด้วย App K PLUS และ K-My Funds หรือ ธนาคารกสิกรไทย และ ผู้แทนสนับสนุนการขาย

   ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกช่องทางของกสิกรไทย หรือ ผู้แทนสนับสนุนการขาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

   และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองได้ที่ www.kasikornasset.com ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

30 กันยายน 2568

ผู้ชม 279 ครั้ง

Engine by shopup.com