สถิติ

82874890

จุดเปลี่ยน! "ไทยประกันชีวิต" กับการ Transforming Family Business  

   จุดเปลี่ยน! "ไทยประกันชีวิต" กับการ Transforming Family Business

   เมื่อ...GENต่อไป"CEO ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัว"ไชยวรรณ""

   ...ในการจัดงานสัมมนา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร The 3rd SET Annual Conference on Family Business ต่อเนื่องปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Transforming Family Business มุ่งสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจครอบครัวไทยพร้อมรับมือกับความท้าทายที่กำลังเผชิญ 

   ซึ่งในปีนี้ทาง ทายาททางธุรกิจ กลุ่มไทยประกันชีวิต โดย คุณวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) ได้ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในงานสัมมนาครั้งนี้ด้วย เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568

   ซึ่งคุณวรางค์ ได้เปิดเผยว่า ตนเป็นเป็นผู้บริหารเจนเนอเรชันที่ 2 ในการบริหารงานธุรกิจกลุ่มไทยประกันชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีผู้บริหารที่มาจากครอบครัว "ไชยวรรณ" จำนวน 3 คนจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ในการบริหารงานในเครือดังกล่าว 

   ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจประกันภัยและการเงิน ได้แก่ บมจ. ไทยประกันชีวิต บมจ.ไทยไพบูลย์ ประกันภัย และบมจ. ไทยประกันสุขภาพ รวมถึง ธนาคารไทยเครดิต จำกัด(มหาชน) นอกจากนั้นยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ V.ONE ASSET และธุรกิจอื่นๆ ด้วย 

   และก่อนที่จะมีการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ทาง ไทยประกันชีวิต ก็มีการร่วมทุนกับ Meiji Yasuda Life Insurance Company บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 15% ซึ่งทำให้มีการปรับโครงสร้างและแผนงานการบริหารงานที่เป็นมาตรฐานระดับสากล โดยได้เรียนรู้ถึงการจัดทำแผนงาน 3 ปีและ 5 ปี เป็นต้น จากเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อน    

   ทั้งนี้ “ไทยประกันชีวิต” ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งถือเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดหรือ Market Cap ที่สูงที่สุดในช่วงนั้น โดยในช่วงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยประกันชีวิต ก็มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องทุกปีที่ระดับ 12% พร้อมจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกปีตามความคาดหวังของนักลงทุน

   ทั้้งนี้เพราะการนำ ไทยประกันชีวิต เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นช่วยสนับสนุนการเติบโตของ ไทยประกันชีวิต อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อรองรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) การเสริมความแข็งแกร่งของเงินกองทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางจัดจำหน่าย
  2. เพิ่มความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ในการบริหารจัดการและการเปิดเผยข้อมูล สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และสังคม ซึ่งเห็นได้จากการที่เราได้ SET ESG Rating ปี 2567 ระดับ A และได้รับ CGR ระดับ 5 ดาว
  3. ยกระดับความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์แบรนด์

   โดยที่การใช้เงินที่ได้จาก IPO มุ่งเสริมศักยภาพการเติบโตในอนาคต ได้แก่ การลงทุนด้านเทคโนโลยี, การเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรและช่องทางการจัดจำหน่าย, การเพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจ และเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท

   คุณวรางค์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในการบริหารงานธุรกิจครอบครัวโดยเฉพาะ ไทยประกันชีวิต ที่มีพนักงานกว่า 3,000 คน นั้นสิ่งสำคัญคือ ความปรองดองกันภายใน "สภาครอบครัว" ที่จะต้องมีการประชุมหารือกันเรียบร้อยแล้ว

   เมื่อต้องมีการการปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงผู้บริหารก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดบริษัทต่อไป โดยที่ภายในครอบครัวก็จะให้เกียรติและอำนาจการตัดสินใจกับผู้บริหารงานในแต่ละองค์กรนั้นๆ เป็นหลัก

   อย่างไรก็ตามปัจจุบันตระกูล "ไชยวรรณ" มีลูกหลานที่เข้ามาทำงานใน ไทยประกันชีวิต จำนวน 4 คน จากจำนวนลูกหลานทั้งหมด 12 คน โดยที่เริ่มต้นตั้งแต่ระดับปฏิบัติงานภายในบริษัทตามลำดับขั้นไป

   ทั้งนี้การบริหารธุรกิจประกันชีวิตนั้นถือว่ามีความยากและความท้าทายในการสร้างการเติบโต ที่ต้องมีการพิสูจน์ความสามารถและศักยภาพในการบริหารงานที่ไม่ใช่แค่นามสกุล "ไชยวรรณ" เท่านั้้น ซึ่งทำให้ธุรกิจนี้อาจไม่ใช่แนวทางของคนรุ่นใหม่แต่อย่างใด

   ดังนั้นในการส่งต่อธุรกิจและการบริหารงานของ ไทยประกันชีวิต ในเจนเนอเรชันต่อไปหลังจากนี้ "CEO จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัว จากตระกูล "ไชยวรรณ"" แต่อย่างใด

   แต่ทั้งนี้ผู้บริหารที่เป็นคนในครอบครัวก็ยังคงต้อง Stand By ในการบริหารงานอยู่ด้วย เนื่องจากมีประสบการณ์ ความชำนาญและมืออาชีพในการบริหารงานประกันชีวิตที่ต้องคอยป้องกันความเสี่ยงในการบริหารงานของธุรกิจนี้ต่อไปด้วย...

28 กันยายน 2568

ผู้ชม 417 ครั้ง

Engine by shopup.com