การเคหะแห่งชาติ ห่วงใยพี่น้องประชาชน
การเคหะแห่งชาติ ห่วงใยพี่น้องประชาชน
การเคหะแห่งชาติ ห่วงใยพี่น้องประชาชน
ชายแดนไทย–กัมพูชาเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

การเคหะแห่งชาติ แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และสระแก้ว
พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทีม พม.หนึ่งเดียว (One Home) อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ให้ความสำคัญและแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน
โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติ จังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่เสี่ยงภัยในเขตชายแดนของจังหวัดสุรินทร์ อุบลราชธานี และสระแก้ว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
ซึ่งรายงานของสำนักงานเคหะจังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ขณะนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณอำเภอกันทรลักษ์ ได้อพยพออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว โดยเหลือเพียงผู้นำชุมชนอยู่ดูแลความเรียบร้อย
ขณะเดียวกันยังมีผู้อพยพจากอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดสุรินทร์ และอุบลราชธานี เดินทางเข้ามาพักอาศัยร่วมกับญาติภายในโครงการของการเคหะแห่งชาติในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นสรุปได้ว่า มีประชาชนเข้าพักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณหนองครก จำนวน 130 ราย,
โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนบริเวณบ้านโพนข่า จำนวน 193 ราย, โครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณกันทรารมย์ จำนวน 86 ราย, โครงการบ้านเอื้ออาทรในพื้นที่อำเภอขุขันธ์ ประมาณ 30 ราย
และโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้อพยพส่วนใหญ่ยังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับทีม พม.หนึ่งเดียว (One Home) ของกระทรวง พม. เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
โดยดำเนินการช่วยเหลือในหลายมิติ เช่น การมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และอาหารแห้ง บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม โดยมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเฉพาะด้าน
รวมถึงประสานบริการด้านการแพทย์และสุขภาพจิต ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและทีมสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ เพื่อดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ประสบเหตุ
นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติ ยังได้จัดตั้งจุดประสานงานเฉพาะกิจ ณ สำนักงานเคหะจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ในส่วนของจังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่จากนิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ชายแดน จนจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน ทำให้ขาดแคลนสถานที่พักและที่ทำงานชั่วคราว
เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างราบรื่น การเคหะแห่งชาติ โดยสำนักงานเคหะจังหวัดสุรินทร์ ได้เปิดพื้นที่สำนักงานให้เจ้าหน้าที่นิคมฯ ใช้เป็นจุดประสานงาน
พร้อมจัดหาที่พักชั่วคราวภายในโครงการของการเคหะแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวสามารถอยู่อาศัยและปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
“กระทรวง พม. และการเคหะแห่งชาติมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบาง โดยจะเร่งประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งนี้ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โทร. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง" ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวสรุป
01 สิงหาคม 2568
ผู้ชม 166 ครั้ง