สถิติ

66710910

SO เตรียมงบลงทุน 1,000 ลบ. สร้าง New S-Curve ขยายอุตสาหกรรม  

   SO เตรียมงบลงทุน 1,000 ลบ. สร้าง New S-Curve ขยายอุตสาหกรรม
   เล็งซื้อกิจการเทคโนโลยีสู่Tech Company-ยกระดับบริการ
รถยนต์ไฟฟ้า

 

   บมจ.สยามราชธานี (“SO”) ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ Outsource และ Technology แบบครบวงจร เตรียมทุ่มงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สร้าง New S-Curve ขยายฐานการให้บริการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

   พร้อมเล็งควบรวมกิจการในธุรกิจ Cyber Security, IT และ Reskill Platform ก้าวสู่บริษัท Tech Company โดยครึ่งปีหลังทุ่ม 200-300 ล้านบาท

   ยกระดับการบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า หนุนเป้าหมายทั้งปีเติบโตตามแผน หลังโชว์ผลงานไตรมาสแรกทำกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท เติบโต 15.84 % จากปีก่อนหน้า

   นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ Outsource และ Technology แบบครบวงจร มากว่า 40 ปี เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนระยะยาวภายใต้กรอบงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

   ภายหลังจากได้ผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ที่เข้ามาช่วยสร้างโอกาสในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังแสวงหาโอกาสภายใต้กลยุทธ์การควบรวมกิจการ (M&A) ในธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี

   เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกและส่งเสริมศักยภาพการดำเนินงานด้านOutsource และ Technology เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และผลักดันบริษัทก้าวสู่การเป็น Tech Company  

   ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายมุ่งเน้นไปยัง 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.) ธุรกิจ Outsource เพื่อช่วยขยายขอบเขตการให้บริการของ SO โดยเฉพาะบุคลากรที่ต้องใช้ทักษะสูง เช่น โปรแกรมเมอร์ ช่างเทคนิค

   2.) ธุรกิจ Technology ที่ช่วยสร้างสรรคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตอบโจทย์การให้บริการธุรกิจ Outsource และ 3.) ธุรกิจ Professional Training ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มทักษะแรงงานตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้

   “ที่ผ่านมาได้มีการหาโอกาสทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยกับ Huawei ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านระบบ Cloud-based enterprise Software และมีการหาโอกาสด้าน Cyber Security และ Reskill Academy

   กับทางพาร์ทเนอร์ต่างๆ เช่น Bitkub เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ก้าวสู่การเป็น Tech Company โดยเร็วๆ นี้ SO เริ่มมีรายได้จากการให้บริการ Outsourcing งานพัฒนา Software และ Cyber Security ซึ่งคาดว่าจะขยายผลไปให้บริการเทคโนโลยีอื่นๆ อีกในอนาคต” นายณัฐพล กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า

   แผนในครึ่งปีหลังบริษัทได้เตรียมใช้งบ 200-300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจกลุ่ม Fleet Management ยกระดับการให้บริการเช่ารถยนต์พร้อมเทคโนโลยี รวมถึงบริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) ในการขนส่งและการโดยสารในนิคมอุตสาหกรรม

   ตอบสนองนโยบาย Carbon Neutrality ในภาคอุตสาหกรรม พร้อมระบบบริการแอปพลิเคชันสำหรับเช่ารถ (Vehicle Management Service) ให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้รถยนต์รวมถึงการจัดการข้อมูลรถยนต์ และอัปเดตข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์จบภายในแอปเดียว

   ทั้งนี้ SO ได้มีการทรานฟอร์ม (Transform) จากการเป็นบริษัทที่ส่งมอบพนักงานไปสู่บริษัทที่ส่งมอบกระบวนการและเทคโนโลยี โดยการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริการ Outsource เพื่อ Digitize กระบวนการต่างๆ

   เกิดเป็นข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการให้รวดเร็วขึ้น มีต้นทุนต่ำลง และวัดผลได้ นอกจากนี้ยังมีการนำเอาเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยเติมเต็มความสามารถในการวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงทดแทนกระบวนการทำงานซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น

   อีกทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนให้บริการ Outsource ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักการดำเนินงานในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย หลังจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 ทำรายได้รวม 592 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท

   รายได้และกำไรสุทธิเติบโต 6.71% และ 15.84% ตามลำดับเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่สัญญาเพิ่มเติมอีกมูลค่า 500 ล้านบาท และมั่นใจว่ารายได้ทั้งปีจะเติบโตที่ 15% อย่างแน่นอน

25 พฤษภาคม 2566

ผู้ชม 209 ครั้ง

Engine by shopup.com