สถิติ

8306776

กูรูทิสโก้ ชี้!เศรษฐกิจทั่วโลกอาจชะงักอีกรอบ

หมวดหมู่: การเงิน

   กูรูทิสโก้ ชี้!เศรษฐกิจทั่วโลกอาจชะงักอีกรอบ

   หลังมาตรการกระตุ้น!ล็อตแรกจบ-ฉุดหุ้นตกแรง!

                                     

   ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ชี้ เศรษฐกิจทั่วโลกอาจชะงักอีกรอบ หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตแรกเริ่มหมดลง มาตรการระลอกถัดไปอาจมาช้าและไม่เพียงพอ แถมมีความเสี่ยง COVID -19 ระบาดซ้ำ! หวั่นฉุดหุ้นลงแรง

   นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น ท่ามกลางการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown หนุนให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลี ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกาได้ฟื้นตัวขึ้นมายืนอยู่สูงกว่าเมื่อต้นปี ก่อนที่จะมีการระบาดของโรค COVID-19 ไปทั่วโลก 

   อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อจากนี้มีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงักลงจากสองปัจจัยหลัก คือ 1. ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมากำลังทยอยหมดลง และมาตรการกระตุ้นระลอกถัดไปอาจล่าช้าหรือไม่เพียงพอ

   และ 2) การระบาดของโรค COVID-19 ระลอกสองในหลายประเทศ ซึ่งอาจทำให้ต้องกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้ง โดยหากเศรษฐกิจหยุดชะงักจริงตามที่คาดก็มีโอกาสที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวลงแรงอีกครั้ง

   “หลังจาก COVID -19 แพร่ระบาด ฉุดให้เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง รัฐบาลทั่วโลกจึงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การแจกเงินสดให้ประชาชน และการจ่ายเงินสวัสดิการให้กับผู้ว่างงาน ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว 

   แต่มาตรการต่างๆ จะทยอยหมดลงในเร็วๆ นี้ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจด้านอื่นนอกเหนือจากการบริโภค โดยเฉพาะด้านการจ้างงาน ยังคงอ่อนแอ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

   หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ที่ออกมาไม่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะหนุนเศรษฐกิจเหมือนครั้งก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงที่การอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะล่าช้า เพราะต้องผ่านการอนุมัติตามขั้นตอน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับลงแรงอีกครั้งนายคมศร กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า  

   สำหรับตัวอย่างประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ คือประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยอดค้าปลีก (Real Retail Sales) ในเดือนมิถุนายนได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับเดือนกุมภาพันธ์ก่อนการระบาด

   หลังจากที่ลดลงไปต่ำสุดถึง -21% ในเดือนเมษายนในช่วงที่มีมาตรการ Lockdown เข้มงวด การบริโภคที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ

   ล่าสุดยังคงอยู่สูงถึง 11% ชี้ให้เห็นว่ามารตการกระตุ้นของภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และยังมีความจำเป็นในช่วงนี้

   อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นระลอกแรกของสหรัฐฯ กำลังทยอยหมดลง โดยเงินให้เปล่าจำนวน 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียวได้มีการเบิกจ่ายไปจนใกล้ครบแล้ว

   ในขณะที่เงินสมทบพิเศษสำหรับผู้ว่างงาน 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์ จะหมดอายุสิ้นเดือนกรกรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ยอดค้าปลีกพลิกกลับมาหดตัวได้อีกครั้ง หากไม่มีมาตรการกระตุ้นออกมาเพิ่มเติมต่อจากนี้

   “รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนที่สภาจะปิดทำการต้นเดือนสิงหาคม (สภาผู้แทนฯ ปิดวันที่ 3 สิงหาคม – 7 กันยายน และวุฒิสภาจะปิดวันที่ 10 สิงหาคม – 7 กันยายน)

   ซึ่งมีความเสี่ยงที่สภาจะไม่สามารถตกลงเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันภายในวันดังกล่าว ท่ามกลางความขัดแย้งในหลายประเด็น เช่น มูลค่ารวมของมาตรการซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ และประเด็นการรวมการลดภาษี Payrolls tax เข้าไปในมาตรการ ซึ่งประเด็นขัดแย้งดังกล่าวอาจทำให้การพิจารณามาตรการล่าช้าออกไปนายคมศรกล่าว 

   นอกจากนี้การจ่ายสวัสดิการว่างงานพิเศษ แม้จะถูกต่ออายุโครงการออกไปแต่สวัสดิการที่ให้ก็มีแนวโน้มลดลงจากเดิมเนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่าสวัสดิการพิเศษจำนวน 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์ เป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าค่าจ้างปกติจนอาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดการว่างงานโดยสมัครใจ     

   ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐฯ ที่มีส่วนสำคัญในประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมากำลังจะหมดอายุลงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

   ในขณะที่มาตรการระลองสองยังไม่มีควาดชัดเจนและอาจมีขนาดเล็กลงกว่าระลอกแรก รวมถึงมีความเสี่ยงที่กระบวนการอนุมัติในสภาจะล่าช้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อจากนี้หยุดชะงักลง  

27 กรกฎาคม 2563

ผู้ชม 305 ครั้ง

Engine by shopup.com