สถิติ

8199062

"ซัคเซสมอร์" ทุ่ม!115ลบ.ร่วมทุนโรงงานผลิต    

หมวดหมู่: ขายตรง

   "ซัคเซสมอร์" ทุ่ม!115ลบ.ร่วมทุนโรงงานผลิต

   ลดต้นทุน-รุก!อาหารเสริม-ปั้น!กำไรสุทธิ 30%

                   

   บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เดินหน้าสวนวิกฤติโควิด -19 ทุ่ม!งบกว่า 115 ล้านบาท ร่วมลงทุนโรงงานผลิตสินค้าภายใต้ชื่อ “บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด” หรือ SMI เพื่อขยายไลน์การผลิตรองรับต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

   ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ตอกย้ำ!ความเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในรูปแบบ Multi-level Marketing

   นายแพทย์ สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการประกอบธุรกิจของ "ซัคเซสมอร์" นั้นปัจจุบันโครงสร้างทางธุรกิจมีค่าการตลาดหรือต้นทุนฝ่ายขายที่สร้างรายได้ให้บริษัทสัดส่วน 55% นอกจากนั้นก็มีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนคงที่และต้นทุนสินค้า เพื่อสร้างผลกำไรทางธุรกิจซึ่ง "ซัคเซสมอร์" มีกำไรสุทธิเฉลี่ยปีละ 15% 

   ในขณะที่การประกอบธุรกิจโรงงานถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุน สามารถกำหนดราคาในการแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงผ่านมติคณะกรรมการบริษัท

   ให้ลงทุนในโรงงานผลิตร่วมกับคู่ค้ารายใหญ่ของ "ซัคเซสมอร์" กับ บริษัท เซ็น ไบโอเทค จำกัด (ZEN) ภายใต้ชื่อ บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) เพื่อความยั่งยืน และการเติบโตของกิจการในระยะยาว

   โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าโดยใช้นวัตกรรมใหม่ ในการขับเคลื่อนธุรกิจจากทั้งหมดที่บริษัทมีผลิตภัณฑ์รวม 7 กลุ่ม โดยที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสามารถสร้างยอดขายให้กับ "ซัคเซสมอร์" ในสัดส่วนมากที่สุด

   ดังนั้นโรงงานใหม่นี้ยังจะเสริมศักยภาพการผลิตและเร่งผลักดันการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอาเซียน สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งจะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตให้กับ "ซัคเซสมอร์" ได้เป็นอย่างดีด้วย 

   ด้าน นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการลงทุนในครั้งนี้ว่า บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

   ที่ตั้งบริเวณคลองห้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยบริษัท เซ็น ไบโอเทค จำกัด (ZEN) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของ "ซัคเซสมอร์" มาอย่างยาวนาน

   ดังนั้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาทาง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ได้ผ่านมติ คณะกรรมการบริษัทเพื่อร่วมทุนทางธุรกิจใน SMI ในสัดส่วน 55% รวมมูลค่าการลงทุน 115 ล้านบาทตามมูลค่าการตลาดปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อดำเนินตามกลยุทธ์การบริหารต้นทุนสินค้าและเสริมศักยภาพการผลิตสินค้าตามกลยุทธ์ของบริษัท 

   สำหรับการประกอบธุรกิจ SMI นั้นเป็นการประกอบธุรกิจเป็นโรงงานผลิต และศูนย์วิจัยและพัฒนา อาหารเสริมให้กับซัคเซสมอร์ โดยจัดตั้งโรงงานในพื้นที่จำนวน 1 ไร่พร้อมอาคารด้วยงบมูลค่า 30 ล้านบาทและลงทุนในเครื่องจักรและงานระบบติดตั้งเครื่องจักรด้วยงบลงทุน 40 ล้านบาท

   ดังนั้น SMI ลงทุนในสินทรัพย์ทั้งสิ้น 70 ล้านบาท และมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับกิจการ อีก 30 ล้านบาท ซึ่งเงินทั้งหมดเกิดจากการระดมทุนจาก SCM และ ZEN

   โดยการก่อสร้างโรงงานขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จบางส่วน และมีการผลิตรอบแรกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 และสามารถดำเนินธุรกิจได้เต็มกำลังการผลิตในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้ที่ครอบคลุมถึงการรับรอบฮาลาล(Halal)ด้วย

  

   นายนพกฤษฏิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงงานผลิตสินค้าในช่วงแรกสามารถผลิตสินค้า ที่โอนการผลิตจาก กลุ่มบริษัทเซ็น ไบโอเทค ทั้งหมดจำนวน 18 รายการ ประกอบด้วยกลุ่มอาหารเสริม ทั้งในรูปแบบแคปซูล ตอกเม็ด และชนิดผง

   โดยรวมถึงรายการผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของบริษัท เช่น Phytovy, Phytovy LIVE, Mores Collagen, กาแฟ และรายการสินค้าอื่นอีกมากมาย ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้คาดว่าจะมีกำลังการผลิตกว่า 3.6 ล้านซองต่อเดือนในอนาคต

   จากปัจจุบันที่ใช้กำลังการผลิตเพียง 20% เท่านั้น ดังนั้น "ซัคเซสมอร์" จึงยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีก 5 เท่าหรือสร้างยอดขายได้กว่า 5,000-6,000 ล้านบาทจากโรงงานแห่งใหม่นี้ 

   ซึ่งคาดว่าแจะสามารถทำกำไรสุทธิได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของรายได้ทั้งหมด และประเมินอัตราการเติบโตต่อปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี สำหรับโรงงานผลิต โดยคาดการณ์แนวโน้มจากภาวะตลาดของอาหารเสริมในปัจจุบัน และปริมาณลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

   “สิ่งที่สำคัญที่มุ่งเน้นคือการสร้างแบรนด์ "ซัคเซสมอร์" ให้แข็งแกร่ง เพื่อตอกย้ำ Brand Essence ที่สื่อถึง "พลังแห่งชัยชนะของผู้คน" ให้นักธุรกิจและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์จะสามารถรับรู้ได้ถึงพลังแห่งชัยชนะ

   ด้วยการมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการใช้สินค้า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างชุมชน Wellness & Well-being และเครื่องมือทางธุรกิจที่บริษัทมอบให้

   เพื่อให้ทุกคนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม SCM ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบคุณค่าในเรื่องการแบ่งปัน ช่วยเหลือสังคม และยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น” นายนพกฤษฏิ์ กล่าวสรุป

 

04 กรกฎาคม 2563

ผู้ชม 901 ครั้ง

Engine by shopup.com