สถิติ

7696463

เปิดกลยุทธ์ New Normal Now "MTL"

หมวดหมู่: ประกันภัย

   เปิดกลยุทธ์New Normal Now"MTL"ฝ่า!โควิด-19

   พลิกพอร์ต!ประกันสุขภาพ 80%-ไม่หวั่น!เบี้ยติดลบ 

 

   นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ภายหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมืองไทยประกันชีวิตได้ชูกลยุทธ์  New Normal Now MTL ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุมแบบ End to End Service 

   ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และช่องทางการขายที่หลากหลาย บนแพลตฟอร์ม Digital และ Non-digital มุ่งตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์และขจัด Pain Point  ของลูกค้าอย่างตรงจุด ส่งผลให้ยอดดาวน์โหลด MTL Click มีจำนวนมากถึง 280,000 รายภายในระยะเวลา 2 เดือนในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา

   ในขณะที่จากสถานการณ์ดังกล่าวยังได้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจากการลงทุนจากพันธบัตรรัฐบาลระยะเวลา 10 ปีที่เป็นการลงทุนหลักของธุรกิจประกันชีวิตลดลงต่ำเหลือเพียง 1.2%

   ซึ่งก็ส่งผลให้ต้องปรับ่ตัวโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาวและสถานะทางการเงิน โดยเฉพาะการทำตลาดประกันสุขภาพเป็นหลักซึ่งธุรกิจประกันชีวิตมีสัดส่วนเบี้ยประกันประเภทนี้กว่า 80% ของธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ

   ดังนั้นจึงส่งผลให้ในช่วงโควิด-19ที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตไทยมีอัตราเบี้ยประกันภัยติดลบจากผลกระทบดังกล่าวโดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2563 ติดลบไปกว่า 20% ทั้งนี้เพราะเบี้ยประกันสุขภาพมีความแตกต่างจากเบี้ยประกันชีวิตกว่า 10 เท่า

   ซึ่งก็รวมถึงเมืองไทยประกันชีวิตที่คาดว่าผลประกอบการก็มีการติดลบเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีการปรับพอร์ตเบี้ยประกันภัยประเภทคุ้มครองอยู่ที่ 80% และสะสมทรัพย์เพียง 20% เมื่อเทียบกับช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีมีสัดส่วนเบี้ยประกันสะสมทรัพย์สูงถึง 80% ในขณะที่ Car Ratio ยังมากกว่า 300%

  

   นายสาระ กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดทางเมืองไทยประกันชีวิตก็ได้ทำตลาดประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่องรับวิถีชีวิตใหม่(New Normal) ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุม เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน คือ  “สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ D Health” เก็ทง่าย จ่ายเต็มแม็กซ์  

   ซึ่งโดดเด่นด้วยความคุ้มครองสุขภาพที่เข้าใจง่ายและให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในแบบเหมาจ่ายตั้งแต่ 1 ล้านบาท สูงสุด 5 ล้านบาท รวมทั้งหมด 7 แผน

   เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ทั้งคนที่มีสวัสดิการและไม่มีสวัสดิการ หมดกังวลเรื่องค่าห้องที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต สบายใจเรื่องค่าห้องผู้ป่วยหนัก(ไอ.ซี.ยู.) ที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หายห่วง เรื่องค่ารักษาพยาบาล ดังนี้ 

   ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน และ ค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ไอ.ซี.ยู.) เหมาจ่ายตามจริง คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน เหมาจ่ายตามจริง กรณีเจ็บป่วยและกรณีผ่าตัด ทั้งโรคทั่วไปและโรคร้ายแรง เหมาจ่ายตามจริง ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี

   เลือกจ่ายได้ ตั้งแต่บาทแรก สูงสุด 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง อีกทั้งยังเลือก เหมาจ่ายแค่ส่วนเกินจากสวัสดิการที่มีอยู่ เพื่อทำให้เบี้ยถูกลง

   นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าในการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพและโรคร้ายแรง ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เหมาะกับลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง  

   นอกจากจะได้รับความคุ้มครองแล้วเบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับการหักลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันชีวิต แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

   สำหรับผู้ที่ซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 365 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

  

   นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแอปพลิเคชัน “MTL Click ที่เมืองไทยประกันชีวิตพัฒนาขึ้นนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านประกันชีวิตได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การดูข้อมูลกรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกัน การเคลม

   การค้นหาโรงพยาบาล การปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ผ่านบริการ Telemedicine กับโรงพยาบาลสมิติเวช หรือการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า เมืองไทยสไมล์คลับ 

   โดยในส่วนของการให้บริการด้าน Telemedicine เมืองไทยประกันชีวิตได้เดินหน้ายกระดับบริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น  โดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ได้เพิ่มอนุสาขาของแพทย์ (Specialist) ที่ให้การรักษาผ่าน Virtual Hospital เพิ่มอีก 53 สาขา

   เช่น อายุรกรรมต่อมไร้ท่อ หัวใจ สูตินารีเวช หู คอ จมูก อายุรศาสตร์ด้านการติดเชื้อ แพทย์ผิวหนัง หอบหืดและภูมิแพ้ เป็นต้น โดยมีแพทย์อนุสาขาทั้งหมดกว่า 400 ท่าน ที่พร้อมให้คำปรึกษาและรักษาได้ทั้งคนไข้เก่าและใหม่  

   ซึ่งความคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบนี้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงได้ผ่าน feature My Healthcare ในแอปปลิเคชัน MTL Click สำหรับลูกค้าประกันกลุ่ม และจะเปิดให้บริการสำหรับลูกค้าประกันเดี่ยวในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

   นอกจากนี้เมืองไทยประกันชีวิตยังมีการขยายบริการ Telemedicine เฉพาะกิจไปยังโรงพยาบาลคู่สัญญาอีกถึง 48 แห่ง  สำหรับผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นโรคเรื้อรังและเป็นผู้ป่วยเดิมที่มีประวัติการรักษาในโรงพยาบาล ที่มีนัดตรวจติดตามการรักษา

   เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และลดความเสี่ยงจากการเดินทางออกจากบ้านให้แก่ผู้เอาประกันภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563  และเตรียมที่จะขยายสู่ Telemedicine เต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต

   นอกจากนั้นในการพัฒนาด้านบริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมพัฒนาระบบกับเครือโรงพยาบาลบางประกอก พัฒนานวัตกรรมระบบการเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์  Application Programming Interface หรือ API 

   ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยยกระดับการให้บริการด้านการเคลมและเรียกร้องสินไหมให้มีความสะดวกรวดเร็ว และสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ใช้บริการที่โรงพยาบาลเพียงบัตรประชาชนใบเดียว และข้อมูลที่ทำผ่านระบบนั้น อยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย

   โดยปัจจุบันเริ่มให้บริการได้ที่เครือโรงพยาบาลบางประกอก 6 แห่ง  ได้แก่โรงพยาบาลบางประกอก 1  โรงพยาบาลบางประกอก 3 โรงพยาบาลบางประกอก 8 โรงพยาบาลบางประกอก 9 โรงพยาบาลบางประกอกรังสิต และโรงพยาบาลบางประกอก สมุทรปราการ 

   ซึ่งเริ่มให้บริการที่ผู้ป่วยนอกก่อน และกำลังพัฒนาเพื่อให้บริการในผู้ป่วยใน เป็นลำดับถัดไป รวมถึงมีแผนที่จะขยายไปในโรงพยาบาลคู่สัญญาแห่งอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

 

01 กรกฎาคม 2563

ผู้ชม 1208 ครั้ง

Engine by shopup.com