สถิติ

6579164

CKP ออกมาตรการสกัด! COVID-19    

   CKP ออกมาตรการสกัด! COVID-19

   รับแผนผลิตไฟฟ้าในประเทศ-สปป.ลาว

                   

   นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด  (มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ “CKP” เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ระบาดไปทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น

   CKPower ขอรับรองว่า โรงไฟฟ้าภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัททั้งใน สปป. ลาว และในประเทศไทย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการที่ (BIC-1)

   และโครงการที่ 2 (BIC-2) รวมถึง โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ ยังคงผลิตไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เต็มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

   อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานและพื้นที่โรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทย และสปป.ลาว

   บริษัทได้ออกแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไทย และสปป.ลาว โดยแบ่งเป็น มาตรการในพื้นที่โรงไฟฟ้า และมาตรการสำหรับพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

   มาตรการในพื้นที่โครงการ ให้เขตพื้นที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทเป็นเขตหวงห้ามขั้นสูงสุด และจำกัดการเข้าออกอย่างเคร่งครัด ในขณะทำงาน หากพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส มีไข้ ไอ คัดจมูก เจ็บคอ หายใจติดขัด เป็นหวัด ให้รีบพบแพทย์ในโครงการโดยด่วน

   จำกัดการเข้า-ออกของบุคคลภายนอก หากเป็นกรณีฉุกเฉินและจำเป็นให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้า เป็นผู้พิจารณาเป็นกรณี ๆ แต่จะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์ประจำโรงไฟฟ้าก่อน และให้งดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมทุกประเภทภายในโรงไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด

   มาตรการสำหรับพนักงาน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง หรือผู้รับเหมาประจำ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทและบริษัทในเครือทุกคน ให้ปฏิบัติ ดังนี้

  1. 1. ให้พนักงานงดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อธุรกิจและเพื่อส่วนตัวทั้งหมด และยกเลิกการลาหรือการเดินทางไปต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ 
  1. 2. กรณีที่ได้รับอนุมัติการเดินทาง หรือมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศ พนักงานจะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีที่ทราบและให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from home) เป็นเวลา 14 วัน โดยต้องส่งรายงานสุขภาพแก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทุก ๆ วัน เมื่อถึง 14 วัน ตามกำหนด พนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์ล่วงหน้าก่อนกลับเข้าทำงานอย่างน้อย 1 วัน 
  1. 3. กรณีพนักงานสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 และผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ผู้ที่มีประวัติเดินทางหรืออยู่ในบริเวณที่มีการระบาดให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีและให้พนักงานส่งรายงานสุขภาพต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นเวลา 14 วันนับตั้งแต่วันที่แจ้ง และให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from home)  
  1. 4. กรณีที่พนักงานมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ เป็นหวัด ให้พนักงานแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือพบแพทย์ทันที และหากกรณีพนักงานที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือแพทย์มีความเห็นว่าต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 ให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันที 
  1. 5. พนักงานตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ สามารถปฏิบัติงานจากที่บ้านได้ 
  1. 6. สำหรับพนักงานที่ผ่านการคัดกรองจากทางโรงพยาบาล ว่าสมควรต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 หรือพบว่าติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษาสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อและค่ารักษาพยาบาลจากทางบริษัทได้เต็มจำนวนเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่รวมกับวงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิกรณีอื่นนอกเหนือจากนี้ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ  
  1. 7. พนักงานต้องเปิดเผยข้อมูลหากมีการเดินทาง การสัมผัส ติดต่อ หรือใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ทางบริษัทรับทราบ 
  1. 8. ขอให้พนักงานงดจัดและเข้าร่วมกิจกรรมการสังสรรค์ กีฬา และกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม 
  1. 9. พนักงานสัญญาจ้างหรือผู้รับเหมาประจำที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัท และบริษัทในเครือให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้นเช่นเดียวกับพนักงาน

   นายธนวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้านโดยสลับกันทำงานในอัตราส่วน 70:30 เพื่อลดความเสี่ยงต่อพนักงานและครอบครัวของพนักงาน ตามแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ BCP

   ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง นอกจากนี้พนักงานทุกคนยังต้องตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าอาคารและจะต้องสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาทำงาน

   “บริษัทขอรับรองว่า โรงไฟฟ้าทุกแห่งภายใต้การบริหารของ CKPower สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนให้แก่ประชาชนทั้งในประเทศไทย และ สปป.ลาว ในช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง อย่างแน่นอน

   ในการนี้ผมขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยและลาว แพทย์ พยาบาลทุกท่าน ขอให้ร่วมกันฟันฝ่าช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้อย่างประสบผลสำเร็จ บริษัทพร้อมจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายธนวัฒน์ กล่าวสรุป

 

25 มีนาคม 2563

ผู้ชม 346 ครั้ง

Engine by shopup.com