สถิติ

9061609

SKY กางแผน!5ปี ดัน!รายได้10,000ลบ.

   SKY กางแผน!5ปี ดัน!รายได้10,000ลบ.

   ปรับพอร์ตงานเอกชนแตะ50%-ปี63นิวไฮ

                                    

   นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทปี 2563 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 50% จากปี 2562 ที่คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าประมูลงานโครงการขนาดใหญ่

   ทั้งในส่วนงานภาครัฐ และงานภาคเอกชนที่ปีนี้คาดว่าจะขยายและเพิ่มสัดส่วนรายได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่าแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท                                       

   โดยในไตรมาส 1/2563 บริษัทเตรียมที่จะเข้าประมูลงานภาครัฐหลายโครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมกับขยายตลาดสมาร์ท ซีเคียวริตี้ (Smart Security) ไปยังกลุ่มใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล และโรงงาน เป็นต้น

   หลังจากเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับบริษัท SenseTime จากประเทศจีนซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของโลก 

   และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยครอบคลุม 3 ด้าน คือ การรักษาความปลอดภัย การก่อสร้าง และการให้บริการ

   รวมไปถึงการเร่งขยายกลุ่มผู้ใช้บริการดาวน์โหลด AOT AIRPORTS Application ซึ่งบริษัทเป็นผู้พัฒนาระบบให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และได้สิทธิในการประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 10 ปี

   โดยAOT AIRPORTS Application ได้เปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 โดยครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต  ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

   ซึ่งบริษัทตั้งเป้าระยะแรกจะมีผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานโหลด AOT Airports Application ประมาณ 500,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีต่อ ๆ ไป                                                                                                         

   “ในปี 2563 นี้สกาย ไอซีทีจะสร้างผลงานนิวไฮ พร้อมรุกตลาดเต็มรูปแบบทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจ Smart Security ซึ่งเป็นบริการโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรและธุรกิจ

   ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและมีแนวโน้มการเติบโตสูงมากในอนาคต เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจหลักของบริษัทเติบโตระยะยาว” นายสิทธิเดช กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า

   สำหรับแผนงานภายในระยะเวลา 5 ปี (2563-2567) ข้างหน้า บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตมากกว่า 10,000 ล้านบาท  และมีโครงสร้างรายได้กระจายเข้าสู่งานภาคเอกชนมากขึ้น

   คาดมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50% ประกอบด้วยธุรกิจ Digital Platform และ Smart Security ส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐจะลดลงมาอยู่ที่ราว 50% จากปัจจุบันอยู่เกือบ 90%

25 มกราคม 2563

ผู้ชม 271 ครั้ง

Engine by shopup.com