สถิติ

37169295

"SCM" สบช่อง!แตกไลน์สู่ธุรกิจลิสซิ่ง    

   "SCM" สบช่อง!แตกไลน์สู่ธุรกิจลิสซิ่ง

   โชว์ผลงาน Q1/65 กำไรสุทธิ 36.3 ลบ.

                 

   บมจ.ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ “SCM” แจ้งผลการดำเนินไตรมาส1/2565 รายได้รวม 281ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 36.3 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์จำหน่ายสินค้าไฮมาร์จิ้น เผยกลุ่มสินค้าเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More) เติบโตแข็งแกร่ง 70%

   ด้านผู้บริหาร ประกาศเดินเกมรุกแตกไลน์ธุรกิจ จาก MLM สู่ ธุรกิจลิสซิ่ง ภายในไตรมาส3/2565 พร้อมดันบริษัทในเครือ “เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด” ขยายตลาด OEM อาหารเสริมสุขภาพ หวังสร้างการเติบโตในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

   บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ (“SCM”) ผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รูปแบบลักษณะเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”)

   แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงผลประกอบงวดไตรมาส 1/2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 ว่า บริษัทมีรายได้รวม  281 ล้านบาท เทียบกับ YoY  มีรายได้รวม 295 ล้านบาท

   ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แตะที่ระดับ 36.3 ล้านบาท เทียบจากYoY ที่มีกำไรสุทธิ 35.9 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นกลุ่มผู้บริโภครายใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ

   และกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงได้จัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแบรนด์มากขึ้น   

   นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ (“SCM”) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงสงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ยังคงเป็นตัวฉุดให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง

   ขณะที่สงครามในต่างประเทศก็ยังไม่มีทีท่าจะยุติ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้านการค้าการลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตามด้วยกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้า High Margin Product ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More)

   ซึ่งเป็นธาตุรองเสริมสำหรับพืชทุกชนิด เสริม Transform Plus สูตร 1และสูตร 2 คือ Transform Soil เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้พืชเติบโตแข็งแรงมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

   และจากดีมานด์ของกลุ่มผู้ใช้เกษตรที่ใช้แล้วเห็นผลผลิตรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดขายในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสูงขึ้น จนสะท้อนออกมาเป็นรายได้อัตราส่วนสินค้าแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ (Growing More) ที่เพิ่มขึ้น 70%

   “กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบรนด์ โกวอิ้งมอร์ เป็นธาตุรองเสริมสำหรับพืชทุกชนิด Transform Plus สูตร 1 และสูตร 2 และ Transform Soil เพราะนอกจากพืชจะต้องการปุ๋ย NPK แล้ว พืชยังต้องการแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่ช่วยทำให้พืชเติบโตแข็งแรงมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

   ส่งผลให้บริษัทสบโอกาสจากสถานการณ์โควิดและสงครามรัสเซีย– ยูเครน ในช่วงที่ราคาปุ๋ย สูงขึ้น ทำให้สินค้าTransform สามารถเจาะเข้าถึงตลาดและเป็นสินค้าทดแทน NPK ที่สำคัญ Transform ยังสามารถลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก” นายแพทย์สิทธวีร์ กล่าวย้ำและเพิ่มเติมว่า

   สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับสุขภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์ Nutriga Su-Rin (เสริมอาหารป้องกันเบาหวาน), Nutriga Canza (เสริมอาหารป้องกันมะเร็ง), Phytovy ดีท็อกซ์ลำไส้, Oxy Quick Triple Action ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น

   และผลิตภัณฑ์ Skincare จากน้ำมันเมล็ดกัญชง ในรูปแบบของเซรั่ม Essence และครีม ก็ยังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายหลักให้บริษัทฯ มีผลประกอบการเติบโตขึ้น และยังเดินหน้าในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

   นอกจากนั้น “ซัคเซสมอร์” ยังได้เปิดตัว Benfite’ (เบนฟิเต้) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care) ทั้งเม้าท์วอช (น้ำยาบ้วนปาก) ยาสีฟัน(เนื้อครีม) เม้าท์สเปรย์ ที่มีส่วนผสมของกระชายขาวและฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นส่วนผสมที่อยู่ในกระแส และเป็นการขยายฐานผู้บริโภค

   พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยได้วางแผนดำเนินงานไว้ 2 ระดับ คือ 1.การออกใหม่ตามแผน Redesign และ Reformular เพื่อให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และสูตรที่อัปเดตขึ้นกว่าเดิม โดยแผนนี้จะทำกับกลุ่มของใช้ส่วนตัวเป็นหลัก เช่น โรลออน, น้ำยาซักผ้า, ปรับผ้านุ่ม และเมาท์สเปรย์ เป็นต้น

   และ 2.กลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ จะพัฒนาในตัวช่วยป้องกัน และแก้เรื่องภูมิแพ้ รวมถึงวิตามินรวมที่ช่วยดูแลสุขภาพของกลุ่ม Silver Age นอกจากนี้ยังมีพัฒนาที่อยู่ระหว่างการพัฒนาซอฟต์เจล ที่มีส่วนผสมของ กัญชง-กัญชา โดยมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ และทำให้ผ่อนคลายหลับสบาย คาดจะสามารถออกจำหน่ายได้เร็วๆ นี้

  ด้านนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "SCM" กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายจากการจำหน่ายสินค้าในไตรมาสแรกอยู่ที่ 268 ล้านบาท พร้อมแผนต่อยอดธุรกิจหลังจากนี้บริษัทมีแผนแตกไลน์ธุรกิจสู่ธุรกิจลิสซิ่ง ภายใต้ชือ "บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด" คาดว่าจะเริ่มมีความชัดเจนในไตรมาส 3/2565 

   ทั้งนี้เชื่อว่าหากแผนการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถต่อยอดธุรกิจได้มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจลิสซิ่งจะสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มสมาชิก MLM ที่มีอยู่กว่าแสนคนในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

   นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการต่อยอดผ่านธุรกิจเดิม ทั้งจากตัวบริษัท SCM และโรงงานผลิตในเครือภายใต้ชื่อ "บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด" (SCM Innovative Co., Ltd.) ("SCM") และเดินหน้าขยายตลาด OEM รับจ้างผลิตอาหารเสริมสินค้าสุขภาพ

   นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2565 บริษัทยังสามารถขยายฐานสมาชิก "ซัคเซสมอร์" เพิ่มขึ้นและคาดว่าจะสามารถมีฐานสมาชิกรวมแตะ 250,000 ราย ซึ่งการเติบโตจะสอดคล้องกับแผนขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก คือ

   1.) Leverage Brand Energy การยกระดับพลังแบรนด์องค์กร และสินค้าให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์ 2.) Driving Digital ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานและเป็นเครื่องมือการขยายตลาด  

   3.) Create Online & Offline Breakthrough System สร้างและผสมผสานระบบ Offline และ Online ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อให้รองรับและเติมเต็มจุดอ่อนจุดแข็งของทั้ง 2 ระบบ

   และ 4.) Customer Experience Management การบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้า ซึ่งแผนการขับเคลื่อนธุรกิจดังกล่าวจะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตให้บริษัทอย่างยั่งยืน 

13 พฤษภาคม 2565

ผู้ชม 1333 ครั้ง

Engine by shopup.com